Get Adobe Flash player

ผลงานวิชาการ

Data Center

สำหรับเจ้าหน้าที่

ล็อกอิน

คุณอยู่ที่นี่

หน้าแรก » คลังความรู้ » ความเข้าใจพื้นฐานต่อโรคโควิด

บทความความเข้าใจพื้นฐานต่อโรคโควิด ตอนที่ 5 โควิด วัดไข้ทุกแห่งหน ช่วยได้แค่ไหน
การวัดอุณหภูมิ หรือวัดไข้ ช่วยได้แค่ไหน เป็นคำถามที่หลายคนเคยหงุดหงิด
     ทำไมเวลาลงเครื่องที่สนามบิน เขาจึงวัดอุณหภูมิ คำตอบคือไม่มีวิธีที่ดีกว่านี้ในการคัดกรอง หากเจอคนที่มีไข้ ถือเป็น index case หรือถือว่าเป็นผู้ชี้ทางว่าอาจมีผู้ติดเชื้อ คนมีไข้ก็จะถูกนำไป swab หากพบว่าติดเชื้อโควิด ก็ค้นหาผู้สัมผัสมาตรวจ และค้นหาผู้สัมผัสของคนถัดไปนั้นไปเรื่อยๆจนไม่พบผู้มีเชื้อ อันนี้เป็นวิธีการที่ถูกต้อง เพราะมีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนและจำกัด เพราะครั้นเราจะตรวจ swab ทุกคนก็สิ้นเปลืองและลงแรงมาก เราจึงใช้การวัดไข้ พอเจอคนที่มีไข้ เรานำเขาไปทำ swab เพื่อหา index case
     ศูนย์การค้าหรือสำนักงานมีการวัดไข้ก่อนเข้าอาคาร หากใครมีไข้ก็ห้ามเข้า อันนี้ถูกต้องแล้ว โรงพยาบาลเองนั้นก็วัดไข้ผู้มารับบริการที่จุดคัดกรอง เพื่อแยกกลุ่มว่าหากมีไข้หรือมีอาการไอหวัด ให้ไปตรวจในพื้นที่แยกจากโอพีดีปกติ เพื่อลดโอกาสในการแพร่ระบาดของโลก สิ่งนี้ก็ควรทำและถูกต้อง
     ส่วนอีกมาตรการวัดไข้ที่น่าสนใจมากคือ การปิดถนนให้ทุกคนที่สัญจรผ่านต้องวัดไข้ มีทั้งแบบนั่งที่รถแล้วมีเจ้าหน้าที่ไปวัดให้ หรือแบบที่ต้องลงออกมาจากรถ เพื่อมาวัดไข้ที่จุดตรวจ คำถามคือ ได้ประโยชน์แค่ไหน คุ้มไหม คำตอบชัดเจนว่า แทบไม่มีประโยชน์ทางการแพทย์ แต่มีประโยชน์ทางรัฐศาสตร์การปกครอง
     ที่บอกว่าไม่มีประโยชน์ทางการแพทย์นั้น เพราะร้อยละ 99.99 ไม่ได้มีไข้ มีเพียงส่วนน้อยมากๆที่พบว่ามีไข้ และถึงมีไข้ก็ไม่อาจระบุได้ว่าไข้จากโควิดหรือไข้อื่นๆอยู่ดี แต่ทำให้รถติด การสัญจรลำบาก เปลืองกำลังเจ้าหน้าที่อีกด้วย ทางการแพทย์แทบไม่มีประโยชน์อะไร แต่มีประโยชน์บ้างในด้านรัฐศาสตร์การปกครอง
รัฐศาสตร์การปกครองในยุคที่มี พรก.สถานการณ์ฉุกเฉินนี้ จะแสดงออกอย่างไรให้ประชาชนรับรู้และจำกัดการเดินทาง ก็เช่นการประกาศเคอร์ฟิว การปิดสถานที่ต่างๆ การตั้งด่านวัดไข้บนถนนก็เป็นหนึ่งในวิธีการแสดงอำนาจการปกครองให้ผู้คนอยู่ในกติการของ พรก. นั่นคืออย่าสัญจรมาก ให้อยู่บ้านเยอะๆ ซึ่งก็ได้ผลมาก การปิดถนนวัดไข้นั้น เป็นมาตรการนี้หลายคนเรียกว่า ขี่ช้างจับไวรัส” จะมีประโยชน์ก็ในมิติอำนาจและการควบคุมประชาชนมากกว่าด้านการแพทย์ครับ

นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ 9 เมษายน 2563

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง








Facebook